นายกสมาคมสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
1 กันยายน 2551
เครียด...เครียด...เครียด คงจะไม่ผิดถ้าจะบอกว่าคนไทยส่วนใหญ่ในขณะนี้กำลังรู้สึกเช่นนี้ จากสภาพเหตุการณ์บ้านเมืองที่ขัดแย้งกันอย่างไม่จบสิ้น และเหมือนหาทางออกไม่ได้ในปัจจุบัน
ในฐานะจิตแพทย์และนักสุขภาพจิต ที่ถูกสอนมาให้มองความขัดแย้งต่างๆ อย่างเข้าใจ และเป็นกลาง ไม่มองว่าใครผิดใครถูก เพราะทั้งสองฝ่าย หรือทุกฝ่ายต่างก็มีส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาเช่นนั้นขึ้น ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงต้องร่วมรับผิดชอบในการแก้ปัญหานั้น จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้
การจะแก้ปัญหาทุกฝ่ายต้องเริ่มด้วยความตั้งใจจริง และจริงใจในการที่จะคลี่คลายปัญหา ต้องการมีความสุข และต้องการให้อีกฝ่ายมีความสุข ไม่มีเบื้องหลังหรือผลประโยชน์ที่ซ่อนเร้น ถ้าเป็นเช่นนี้ทุกปัญหามีทางออก ไม่มากก็น้อย ไม่มีการหมดหวัง
มนุษย์แต่ละคนไม่ใช่เหรียญที่มีเพียงสองด้าน แต่เสมือนก้อนวัตถุที่มีหลายด้าน หลายมุม มีทั้งด้านและมุมที่ดี ด้านและมุมที่ไม่ดี ด้านที่ดีก็มีที่ดีมากและดีน้อย ด้านที่ไม่ดีก็มีทั้งไม่ดีมากและไม่ดีน้อย นอกจากนั้นบางมุมบางด้านก็มองเห็นง่าย เปิดเผย แต่ก็อาจมีบางมุมบางด้านที่ซ่อนเร้น ไม่เปิดเผย แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของผู้นั้น
จากสภาพเช่นนี้ เมื่อมนุษย์ต้องปฏิสัมพันธ์กันความไม่เข้าใจและความขัดแย้งย่อมเกิดได้บ่อย ๆ
สาเหตุของความขัดแย้งส่วนหนึ่งก็เกิดจากทั้งการไม่เข้าใจตนเองและไม่เข้าใจผู้อื่นที่มากพอ เห็นดีเป็นร้าย เห็นร้ายเป็นดี หรือเห็นเป็นอย่างอื่นที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
การแก้ปัญหาความขัดแย้งจึงอาศัยการทำความเข้าใจ หรือรู้จักตนเองให้มากขึ้นโดยสำรวจ ค้นหาตนเองทั้งส่วนที่ดีและไม่ดี ส่วนที่ปรากฏชัดเจนและส่วนที่อาจซ่อนเร้นอยู่ของตน
การสำรวจนี้จะนำไปสู่ความเข้าใจและรู้เท่าทันตนเองมากขึ้น รู้เท่าทันในอารมณ์ ความคิดต่างๆ ของตน รู้ทันว่าทำไมตนจึงคิดเช่นนั้น รู้สึกเช่นนั้น การรู้เท่าทันเช่นนี้จะทำให้ปัญหาและเหตุผลอยู่เหนืออารมณ์ ไม่เปิดโอกาสให้อคติครอบงำตน
ในทำนองเดียวกัน การคิดถึงอีกฝ่ายก็ต้องคิดให้ครบถ้วนด้วยเช่นกัน คิดและมองอีกฝ่ายอย่างเข้าใจทั้งในสิ่งดีๆ ที่เขามีอยู่และสิ่งที่ด้อยของเขา เห็นและเข้าใจสิ่งที่เขาแสดงออกชัดๆ และเข้าใจถึงความที่อาจมีอยู่ของบางสิ่งในบุคคลนั้นที่เรามองไม่เห็น ไม่เข้าใจ เห็นในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่สิ่งที่เราคิดว่าเขาเป็น
การมองอีกฝ่ายเช่นนี้ ก็จะทำให้เราเห็นภาพที่แท้จริงของเขามากขึ้น เข้าใจเขามากขึ้น ความคิดที่เรามีต่อเขาก็จะเป็นความคิดที่เกิดจากปัญหาและเหตุผล มากกว่าอารมณ์ดังเช่นที่เคยเป็น อคติที่เคยมีต่อเขาก็จะลดลง
ถ้าในความขัดแย้ง ท่านยังเห็นแต่สิ่งที่ดีที่ถูกต้องของตนเองและเห็นแต่ความไม่ดีไม่ถูกต้องของอีกฝ่าย ก็แสดงว่าตัวท่านอยู่ในสภาวะของการขาดสติ ท่านกำลังถูกครอบงำด้วยอัตตาและอารมณ์ของตนเองเป็นหลัก ท่านยังรู้จักและเข้าใจตนเองไม่พอ และยังไม่รู้จักและไม่เข้าใจอีกฝ่ายดีพอ ท่านต้องรีบเตือนสติตนเอง เรียกสติคืนมา เปิดโอกาสให้ปัญญาได้ทำหน้าที่จนเกิดเป็นพลังเหนืออัตตาและอารมณ์ การเข้าใจตนเอง และเข้าใจอีกฝ่ายโดยถูกต้องจะทำให้ท่านเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดีขึ้น ถูกต้องขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาได้มากขึ้นและอย่างแท้จริงต่อไป
ผมขอเสนอให้ทุกฝ่ายที่กำลังขัดแย้งกันอยู่ นำแนวคิดนี้ไปใคร่ครวญ น่าจะช่วยทำให้เข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาได้ดีขึ้น นำความสงบและความเจริญมาสู่สังคมได้ต่อไป
ทุกอย่างต้องใช้เวลา และความอดทน ถ้าไม่ท้อน่าจะพบทางออก


