|
เกิดเหตุสลด นักศึกษาเอแบคชั้นปี 4 ผลการเรียนดี มาตายเสียก่อนที่จะพบกับอนาคตอันรุ่งโรจน์
เหตุโหมอ่านหนังสืออย่างหนักเพื่อทำคะแนนให้ดี ใช้เข็มขัดคล้องคอ
ผูกเชือกโยงกับประตูห้องนอน หวังกระตุกให้รู้ตัวเวลาเผลอหลับ
แต่ถึงคราวเคราะห์ เข็มขัดเจ้ากรรมรัดแน่น หายใจไม่ออก ตายคาตำราเรียน
แม่เผยเตือนหลายครั้ง แต่ไม่ฟัง ด้านนักจิตวิทยาชี้อ่านหนังสือต่อเนื่อง
45 นาที ต้องพัก 15 นาที ระบุถ้าสมองล้า แม้ทรมานตัวเองจนตื่นขึ้นมาอ่านต่อ
ก็ไม่รับรู้อะไรแล้ว เผยเด็กยุคใหม่มีวิธีทรมานตัวเองหลายแบบ
ทั้งใช้ไม้ขีดค้ำเปลือกตา เอายาหม่องป้ายตา บางรายอยากได้คะแนนดี
หันพึ่งยาเสพติดให้อ่านหนังสือทน
เหตุสลดใจนักศึกษาปี 4 ใช้เข็มขัดรัดคอ โยงกับประตู เพื่อให้กระตุกเวลาง่วงนอน
จะได้อ่านหนังสือต่อไปได้ แต่ถึงคราวเคราะห์พลาดพลั้งเข็มขัดรัดคอเสียชีวิตอย่าง
อเน็จอนาถในห้องนอนของตัวเอง ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.40
น. วันที่ 17 ก.ค. ร.ต.อ.สง่า ปัญญา ร้อยเวร สน.คลองตัน รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตที่บ้านทาวน์เฮ้าส์เลขที่
26/52 หมู่บ้านเกษมสันต์ 2 ซอยพัฒนาการ 20 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง
กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่บ้านดังกล่าว บนชั้น 2 พบศพ นายเอก จงสวัสดิ์วัฒนา อายุ
21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบัญชี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ(เอแบค)
แต่งกายด้วยเสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ นั่งเสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อนภายในห้องนอน
บริเวณลำคอมีรอยเขียวช้ำ มีเข็มขัดรัดคออยู่ ตามร่างกายไม่พบบาดแผล
แพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 ชั่วโมง
หลังสอบสวนแม่ของนายเอกแล้ว ร.ต.อ.สง่า เปิดเผยว่า ทราบว่าผู้ตายเป็นคนขยันเรียน
ผลการเรียนอยู่ในระดับดีมาก ชอบอ่านหนังสือก่อนนอน โดยมักจะวางหนังสือบนโต๊ะ
และนั่งบนเก้าอี้ล้อเลื่อน นอกจากนี้ทราบว่าเวลาอ่านหนังสือนานๆ
รู้สึกง่วงนอน ผู้ตายชอบใช้วิธีเอาเข็มขัดคล้องคอหลวมๆ แล้วเอาเชือกมัดเข็มขัดโยงไปผูกกับประตูห้องนอน
เพื่อให้เข็มขัดกระตุกที่คอเวลาเผลอหลับ จะได้รู้สึกตัว และอ่านหนังสือต่อได้
ร.ต.อ.สง่า กล่าวต่อว่า แม่ของนายเอก ให้การด้วยว่า บุตรชายนำวิธีการเช่นนี้มาจากการแนะนำของเพื่อนๆ
ที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน วันเกิดเหตุคิดว่าบุตรชายอ่านหนังสืออยู่ในห้องนอน
จนกระทั่งเวลา 04.00 น. วันที่ 17 ก.ค. ได้เดินเข้าไปดูในห้องนอน
พบร่างบุตรชายนอนเสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้
"ทราบว่าวิธีอ่านหนังสือแบบนี้ แม่ของผู้ตายเคยเตือนหลายครั้งแล้วว่าอันตราย
และได้เตือนเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อคืนก่อนที่ลูกจะเสียชีวิต ส่วนเรื่องคดีทางพ่อแม่ผู้ตายไม่ได้ติดใจเอาความกับใครแต่อย่างใด"
ร.ต.อ.สง่า กล่าว
ดร.วัลลภ
ปิยมโนธรรม นักจิตวิทยาชื่อดัง ให้ความเห็นถึง กรณีนักเรียนนักศึกษาตรากตรำอ่านหนังสือเรียนจนเป็นอันตรายแก่ตัวเองว่า
พฤติกรรมแบบนี้มีสาเหตุสำคัญ 2 อย่าง คือตั้งใจเรียนมากเกินไป
หรือไม่ชอบวิชาที่เรียน แต่จำเป็นต้องเรียน เพราะเป็นวิชาบังคับ
พอใกล้สอบก็ต้องเร่งอ่านหนังสืออย่างหนักเพื่อให้สอบผ่าน
"ระบบการเรียนของไทย
ปลูกฝังมาอย่างผิดๆ กดดันให้เด็กเกิดความเครียด วิธีแก้ไขที่ดีที่สุดคือเด็กจะต้องแบ่งเวลาให้ถูก
เวลาเรียนก็ต้องตั้งใจเรียน เวลาเล่นก็ต้องเล่น เวลาเที่ยวก็คือเที่ยว
ถ้าทำได้อย่างนี้จะไม่มีปัญหาในภายหลัง"ดร.วัลลภ กล่าว
ดร.วัลลภ ยังแนะนำว่า ระยะเวลาอ่านหนังสือที่เหมาะสมที่สุดคือเมื่ออ่านต่อเนื่องกัน
45 นาทีแล้วจะต้องพักประมาณ 10-15 นาที เพราะการอ่าน 45 นาทีสมองจะไม่ล้าเกินไป
แต่ถ้าใช้เวลาอ่านมากกว่านี้ก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะสมองจะล้า
ไม่รับสิ่งที่พยายามจะอัดเข้าไปแล้ว
นักจิตวิทยาชื่อดังกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาพบว่ามีเด็กใช้วิธีทรมานตัวเองหลายๆ
แบบ เพื่อให้อ่านหนังสือได้นานขึ้น เช่น ใช้ก้านไม้ขีดหรือวัสดุอื่นๆ
ค้ำเปลือกตา หรือทิ่มแทงร่างกาย ใช้ยาดมยาหอมป้ายตา บางรายดื่มกาแฟ
ยาชูกำลัง และที่น่าห่วงที่สุด คือ การหันไปใช้ยาเสพติดเพื่อให้อ่านหนังสือทน
ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง
"วิธีการเหล่านี้
นอกจากทำให้บาดเจ็บแล้ว ยังไม่เกิดประโยชน์อะไรในการอ่านหนังสือเลย
เพราะเมื่อสมองล้า จะอ่านหนังสือมากอย่างไร ก็ไม่สามารถจดจำเนื้อหาสาระได้
ผมยืนยันว่าแม้ว่าจะใช้ไม้ เชือก ยา หรือวิธีการอื่นใดที่ทำให้ร่างกายตื่นชั่วคราว
ก็ไม่ได้เกิดผลดีกับการอ่านหนังสือ เพราะหากง่วงนอน แล้วไม่ได้พักผ่อน
สมองจะล้า ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น ถ้ายังคงดื้อดึงอ่านหนังสือต่อไป
ก็ทำได้แค่เพียงอ่านให้จบเท่านั้น แต่ไม่สามารถเข้าใจหรือจดจำเนื้อหาได้
ดังนั้นควรพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าไปฝืนร่างกาย" ดร.วัลลภ กล่าว
นางปรีดา
จันทรุเบกษา นายกสมาคมสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
กล่าวว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้เด็กสรรหาวิธีการมาทำร้ายตัวเองเพื่อให้หายง่วงนอน
เกิดจากจิตสำนึกของเด็กที่ต้องการอ่านหนังสือให้มากที่สุด เพื่อให้ผลการเรียนออกมาดีอย่างที่ตัวเองและคนรอบข้างคาดหวัง
นางปรีดา กล่าวอีกว่า การใช้เข็มขัดมารัดคอ ถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
ในทางการแพทย์ วิธีการผูกคอไม่ได้มีผลกระตุ้นทำให้ร่างกายตื่นตัวเลย
ซ้ำร้ายหากพลาดพลั้งอาจเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
"การกระทำอย่างนี้
ถือเป็นพฤติกรรมเลียนแบบต่อๆ กัน จนแพร่ระบาดกลายเป็นแฟชั่นของหมู่วัยรุ่น
และไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกใหม่ เพราะก่อนหน้านี้เด็กมีวิธีการทรมานร่างกายตัวเอง
เพื่อให้ตื่นตัวในการอ่านหนังสือมาโดยตลอด ที่ร้ายที่สุดคือการหันไปเสพยาเสพติดเพื่อกระตุ้นประสาท
ให้สมองตื่นตัวไม่ง่วงนอน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง"นางปรีดา
กล่าว
|